เปิดตำนานนักฆ่า Assassin’s Creed Origins


          ถึง Assassin’s Creed ไม่มีภาคกรุงศรีอยุธยาให้ออเจ้าเลือกเล่น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายว่าความตื่นเต้นของเกมตระกูลนี้จะหมดไป

          ล่าสุด Ubisoft เพิ่งปล่อย Asassin’s Creed ภาค Origins ออกมา เพื่อพาเหล่าเกมเมอร์ย้อนกลับไปยังยุคที่เก่าแก่ที่สุดของเกมตระกูลนี้ ซึ่งยุคนั้นก็คือ ‘ยุคอียิปต์โบราณ’ ในสมัยของฟาโรห์ปโตเลมีที่ 13 และพระนางคบีโอพัตราที่ 7 ที่กำลังโดนอาณาจักรโรมันเข้ายึดครอง

          เนื้อหาของภาคนี้โฟกัสไปที่ บาเยค ผู้มีตำแหน่งเมไจ หรือผู้ปกป้องฟาโรห์และประชาชนชาวอียิปต์ ที่เสียลูกชายไปเพราะเกมชิงอำนาจในอียิปต์  ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาล้างแค้นให้ลูกชาย และกวาดล้างความชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังอาณาจักรแห่งนี้ แต่ในบางช่วงบางตอนก็มีโอกาสให้เราได้บังคับ อายา คนรักของ บาเยค ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฉากการเดินเรือในเกม

          ระบบการเล่นของ Assassin’s Creed Origins ยังคงเป็นการใช้มุมมองแบบบุคคลที่ 3 และเป็นระบบโอเพ่นเวิลด์เหมือนเดิม เพียงแต่จะกว้างใหญ่มากกว่าภาคก่อนๆ ทำให้ผู้เล่นมีอิสระในการบังคับตัวละครให้ทำอะไร หรือไปไหนก็ได้ตามที่ในใจคิด

          จุดเด่นที่ทำให้ Assassin’s Creed Origins น่าสนใจกว่าภาคอื่นๆ ก็เห็นจะเป็นอาวุธที่มีความหลากหลายมากขึ้น อาทิ ดาบวงพระจันทร์ โล่ มีดคู่ หอก หรือไม่ก็ขวาน ซึ่งถ้าเราสามารถปลดล็อกอสุธได้ครบทุกชิ้น ก็จะพกพาอาวุธติดตัวไปสลับกันใช้ได้หลายชิ้นอีกด้วย และที่สำคัญคือหากสังหารศัตรูได้แล้ว ก็มีโอกาสดร็อปไอเท็มได้ รวมทั้งยังสามารถชิงโลกะมาอัพเกรดอาวุธให้เทพยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

          แต่ Assassin’s Creed Origins ก็มีปัญหาให้แอบเซ็งอยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ เฟรมเรตที่ไม่ค่อยดีอย่างที่คิด ทำให้มีการกระตุกบ้างเวลาเล่น  บางช่วงบางตอนก็มีบั๊กให้แอบเซ็งโผล่ให้เห็นในหลายๆ จุด ทำให้อาจเสียอรรถรสไปบ้างพอสมควร อีกจุดด้อยที่อยู่ในจุดดีของเกมนี้ก็เห็นจะเป็นระบบโอเพ่นเวิลด์ ที่บางครั้งความกว้างใหญ่ของแผนที่ ก็ทำให้ใช้เวลามากพอตัวในการทำภารกิจ
          ส่วนนอกนั้นก็นับว่าดีในระดับที่ไปหามาเล่นกันเถอะ
         
ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่  WeeklyNews

ความคิดเห็น