ไฟต์ยักษ์คู่ระหว่าง “ทริปเปิลจี”เกนนาดี โกลอฟกิน แชมป์โลกไร้พ่ายจากคาซัคสถาน กับผู้ท้าชิงอย่าง ซาอูล "คาเนโล" อัลบาเรซ จากเม็กซิโก

สำหรับบรรดาคอมวยแล้วย่อมเป็นแมตช์หนึ่งที่ทุกคนตั้งตารอคอยให้แลกหมัดกันอีกครั้ง


  โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ดวลหมัดกันไปแล้วรอบหนึ่งในเดือนกันยายน 2017 ซึ่งผลปรากฏว่าเสมอกันแบบน่ากังขา จึงเกิดเป็นไฟต์รีแมตช์อีกครั้งในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่สังเวียนที-โมบาย อารีนา ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

  คู่นี้มีเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวทของสมาคมมวยโลก หรือดับเบิลยูบีเอ, สภามวยโลก หรือดับเบิลยูบีซี และสหพันธ์มวยนานาชาติ หรือไอบีเอฟ ซึ่งโกลอฟกินครอบครองอยู่ทั้งหมดเป็นเดิมพัน

  โกลอฟกินวัย 35 ปี กำลังมีเป้าหมายยึดเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นนี้ให้ครบทั้ง 4 สถาบันหลัก ซึ่งถ้าสามารถป้องกันแชมป์ในการรีแมตช์กับอัลบาเรซได้ เป้าหมายต่อไปของ “ทริปเปิลจี” ย่อมหนีไม่พ้น บิลลี โจ ซอนเดอร์ส จากสหราชอาณาจักร ที่ครองเข็มขัดอีกเส้นขององค์กรมวยโลก หรือดับเบิลยูบีโอ

  ขณะที่อัลบาเรซวัย 27 ปี ปัจจุบันมีเพียงเข็มขัดแชมป์ของเดอะ ริง อยู่เพียงเส้นเดียว ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวย่อมหวังชิงเข็มขัดสถาบันหลักจากโกลอฟกินมาให้ได้

  อย่างไรก็ตาม สวรรค์ของแฟนมวยทำท่าจะต้องล่ม เมื่ออัลบาเรซถูกตรวจพบสารสารต้องห้ามในร่างกาย โดยเจ้าตัวชี้แจงว่าน่าจะเกิดจากการปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ กระนั้นกรรมาธิการกีฬารัฐเนวาดาก็ได้สั่งแบนกำปั้นรายนี้ชั่วคราวไปแล้ว

  ถึงแม้กำหนดการตัดสินประเด็นของอัลบาเรซจะมีขึ้นในวันที่ 10 เมษายน แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ทส์ เจ้าของสังเวียนมวยที-โมบาย อารีนา เตรียมคืนเงินให้เหล่าแฟนมวยที่ซื้อบัตรไปแล้ว เป็นสัญญาณไม่ดีกว่าเดิมอีกว่าไฟต์นี้อาจต้องยกเลิกจริงๆ

  ถ้าคู่นี้จะต้องพลาดแลกหมัดกันคำรบสอง ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายยิ่งนัก เพราะไฟต์แรกที่เจอกันต้องบอกว่ามีข้อกังขาอย่างยิ่ง ก่อให้เกิดความค้างคาใจสุดๆ

  กระนั้นกฎของวงการกีฬาก็ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าคุณใช้สารกระตุ้นจริง คุณก็ต้องรับโทษไปตามนั้น
  แฟนมวยเองคงหวังลึกๆว่ากรณีของอัลบาเรซอาจเป็นเพียงการเข้าใจผิดกัน และไฟต์ยักษ์จะยังมีต่อไปตามกำหนดเดิม

  แต่ถ้าคำตัดสินพบว่ามีความผิดจริง ทั้งตัวอัลบาเรซและเหล่าแฟนมวยก็คงต้องทำใจยอมรับให้ได้ แม้จะรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งก็ตาม

ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่  WeeklyNews

ความคิดเห็น