โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดประตูดับความหวังช่วยให้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล
บุกเอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1
ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ด้วยผลสกอร์รวมสองนัด 5-1
โดยเกมนี้
แมนฯซิตี้ ได้กลับมาเล่นในบ้านหลังจากเกมแรกพ่ายมาก่อน 3-0 จัดทัพชุดใหญ่วาง เควิน
เดอ บรอยน์ ปั้นเกมแดนกลางร่วมกับ ดาบิด ซิลบา ส่วนทีมเยือนไม่มี จอร์แดน
เฮนเดอร์สัน ให้ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ลงคุมแดนกลางแทน
เริ่มเกมครึ่งแรกเพียงแค่
2 นาทีเท่านั้น แมนฯซิตี้ ได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เฟอร์กิล ฟาน
ไดจ์ค จ่ายบอลพลาดก่อนที่ แฟร์นานดินโญ่ จะแทงทะลุช่องให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
หลุดเข้าปาดให้กับ กาเบรี่ยล เฮซุส ชาร์จเข้าไป
รูปเกมเป็นเจ้าบ้านที่เปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนักชนิดที่ทีมเยือนแทบไม่มีโอกาสเข้าทำเลย
ซึ่งพวกเขาส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายจาก เลรอย ซาเน่
แต่ไม่ได้ประตูเพราะผู้ตัดสินมองว่าเป็นจังหวะล้ำหน้า ทำให้ครึ่งแรก ยังนำแค่ 1-0
กลับมาเล่นครึ่งหลัง
เป๊บ กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนฯซิตี้
ถูกผู้ตัดสินเชิญขึ้นไปบนอัฒจันทร์หลังจากไปต่อว่าผู้ตัดสิน
นาทีที่ 56 โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ที่หายไปทั้งเกมมายิงประตูช่วยให้ ลิเวอร์พูล ไล่ตามตีเสมอเป็น 1-1 ทำให้
แมนฯซิตี้ ต้องยิงถึง 4 ลูกหากหวังที่จะเข้ารอบ
รูปเกมแม้จะเป็น
เรือใบ ที่เดินเกมรุกเข้าใส่ แต่นาทีที่ 77 กลายเป็น ลิเวอร์พูล
ที่ได้มาได้ประตูดับความหวังจากความผิดพลาดของ นิโกลัส โอตาเมนดี้
เตะไปติดบล็อกและเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่
ที่ฉกบอลเข้าไปยิงเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม
ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่ WeeklyNews

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น