ปีนี้นับว่าในประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเเปรปรวนมากขึ้น
ทั้งอากาศหนาวที่มาเป็นระยะๆ หรืออากาศที่ร้อนจัด เเละยังมีพายุฝนกระหน่ำอีกหลายครั้ง การใช่รถในชีวิตประจำวันจึงค่อนข้างยากลำบาก เเต่เรื่องของยางได้เเนะนำไปเเล้ว ครั้งนี้จึงขอเเนะนำเกี่ยวกับระบบเบรกกันบ้าง ว่าต้องดูเเลกันอย่างไรเพื่อให้รับมือกับการใช้รถได้ในทุกสภาพอากาศสิ่งเเรกที่ต้องตรวจสอบก็คือระดับน้ำมันเบรก หากมีปริมาณน้อยลง ควรหาจุดรั่วหรือซึมเพื่อรีบเเก้ไขโดยด่วน เพราะจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง เเละบางครั้งอาจเจอกับอาการที่เรียกว่า “เบรกหาย” ซึ่งอาการเเบบนี้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพาะอย่าเพิ่งลืมว่า เบรกมีหน้าที่ทำให้รถหยุดเคลื่อนที่ ควรตรวจสอบปริมาณน้ำมันเบรกที่ระยะประมาณ 1,500-2,000 กิโลเมตร หรือเดือนละครั้ง
อีกสิ่งที่นับว่าสำคัญไม่เเพ้กันนั่นก็คือผ้าเบรก เพราะทุกครั้งที่ท่านเเตะเบรกผ้าเยรกจะเสียดสีกับจานเบรกตลอดเวลา เเละยังเป็นส่วนที่มักมีเศษฝุ่นหรือหินขนาดเล็กเข้าไปติด จนส่งผลให้จานเบรกเป็นรอย ส่วนเรื่องความหนาของผ้าเบรกที่หลายคนสงสัยว่าเมื่อไรควรเปลี่ยน หากเทียบเป็นระยะคงตอบยาก เพราะลัษณะการขับของเเต่ละคนต่างกัน ควรก้มมองเข้าไปที่ผ้าเบรก ซึ่งจะมีร่องกลางอยู่ หากสึกหรอจนเสมอกับร่องกลาง หรือเกือบๆ อย่าเสียดายเงินรีบเปลี่ยนทันที ส่วนรถที่ด้านหลังเป็นดรัมเบรกให้คำนวณจากการเปลี่ยนผ้าเบรกหน้า 3 ครั้ง ดรัมหลัง 1 ครั้ง
บางกรณีน้ำมันเบรกไม่พร่องผ้าเบรกก็ยังหนาอยู่ เเต่ขณะเบรกรถมีอาการสั่น ข้อนี้คาดเดาไม่ยาก อาจเป็นที่จานเบรกคดหรือเเตก ผ้าเบรกร้าวหรือเเตก เเนะนำให้รีบเข้ารับการรักษาอาการโดยเร็ว เเละอีกข้อที่ควรทำคือให้ศูนย์บริการตรวจสอบการทำงานของลูกสูบในคาลิเปอร์เบรกด้วย เพียงตรวจเช็คระบบเบรกง่ายๆ เช่นนี้ วันหยุดสุดหรรษาของทุกท่านก็จะมีเเต่ความสุข เเละสามารถขับรถได้อย่างไร้กังวลเเน่นอน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น