ถึงวันของ ศศลักษณ์ กับทีมชาติครั้งใหม่ในของ ราเยวัช


การประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่จะทำศึกฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติจีน ซึ่งเป็นเกมระดับ International ‘A’ Match ที่จะยกอันดับแรงกิ้งฟีฟ่าของทัพช้างศึกออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมีท้งหมด 26 คน ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการมีนักเตะใหม่ถูกเรียกติดทีม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ

ศศลักษ์ ไหประโคน ดาวรุ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังทำผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ศศลักษณ์ เป็นเพียงดาวรุ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสสนามเลยตลอดช่วงเลกแรกของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 เขาใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งมองเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างสนาม แรงกระหายที่พร้อมลงเล่น แต่กลับไร้โอกาสพิสูจน์ตัวเองทำให้เวลานั้นกลายเป็นช่วงที่น่าผิดหวัง และยิ่งมากเป็นทวีคูณเมื่อเวลาเดียวกันเขายังได้รับโอกาสในทีมชาติสม่ำเสมอ แต่กับในฐานะสโมสรกลับต่างคนละขั้ว

“ปราสาทสายฟ้า” เล็งเห็นถึงศักยภาพของเขา แม้จะไม่มีเกมลงเล่น แต่ก็พร้อมที่จะเสี่ยงคว้าเขามาร่วมทัพ โดยดึงมาร่วมทีมในสัญญายืมตัวเลกสองในปีนั้น ซึ่งเขาไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อโชว์ผลงานยอดเยี่ยม การมี ศศลักษณ์ เข้ามาสู่ทีมช่วยให้ บุรีรัมย์ มีตัวเลือกฝั่งซ้ายมากขึ้น ผลงาน 9 นัด ทำให้ยักษ์ใหญ่ภาคอีสานตัดสินใจทุ่มงบดึงมาร่วมทีมถาวร

ศศลักษณ์ คือหนึ่งในแผนการของ บุรีรัมย์ ที่ต้องการดึงเด็กท้องถิ่นกลับมาช่วยบ้านเกิด และเป็นอีกครั้งที่เขาตอบแทนได้อย่างน่าชื่นชม เริ่มต้นในช่วงแรกเขารับบทแบ็คซ้าย และปีกซ้ายสลับกันไป แต่ภายหลังจากที่ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้รับบาดเจ็บทำให้ บันโดวิช ตัดสินใจจับเขามายืนแบ็คขวาแทน ซึ่งมันกลายเป็นตำแหน่งที่เปลี่ยนชีวิตของเขาในทันที

ศศลักษณ์ ปรับตัวกับตำแหน่งใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เดิมทีเขาคือนัักเตะที่มีจุดเด่นทั้งความเร็ว และการเลี้ยงทะลุทะลวงนั่นทำให้ บุรีรัมย์ มีมิติการเติมเกมริมเส้นมากขึ้นจนมีส่วนให้ทีมทำผลงานได้ดีทั้งในลีกรวมไปถึงเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทะลุเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยมี ศศลักษณ์ เป็นหนึ่งในคนสำคัญกับความสำเร็จดังกล่าว

ด้วยผลงานสุดร้อนแรงส่งผลให้ มิโลวาน ราเยวัช เรียกเข้าไปติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก นับจากนี่จะเป็ยช่วงเวลาแห่งการผจญภัยครั้งใหม่ และเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จะทดสอบว่าเขาดีพอจะเป็นยอดแบ็คขวาทั้งในระดับสโมสร และทีมชาติได้ดีแค่ไหน...



ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่  WeeklyNews

ความคิดเห็น