ณ เวลานี้ ดาวรุ่ง “ปราสาทสายฟ้า” วัย 23 ปี
กลายเป็นหนึ่งในแข้งที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมหลังถูกเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นแบ็คขวาแทนที่ของ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่มีอาการบาดเจ็บ ซึ่งรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีเสมอมารวมไปถึงเกมกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด นัดล่าสุดที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปปี 2016 เขาได้ลงเล่นเพียง 6 เกมเท่านั้นสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด โดย ศศลักษณ์ คือผลผลิตทีมเยาวชนของ “แข้งเทพ” ทว่ากับทีมชุดใหญ่เขากลับได้รับโอกาสเพียงน้อยนิดหลังไม่สามารถขึ้นมาเบียดเป็น 11 ตัวจริงได้เลย
ช่วงฤดูกาล 2017 เขาถูกเลือกเป็นหนึ่งในสองตัวแทนร่วมกับเพื่อนซี้อย่าง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ บินไปทดสอบฝีเท้ากับ เอฟซี โตเกียวสโมสรดังแห่งศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น แต่กลับต้องผิดหวังที่ีเท้ายังไม่ได้รับความสนใจ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่กี่เดือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ลีกสูงสุดของไทย ยื่นขอยืมเขาไปร่วมทัพในช่วงเลกสองของซีซั่น 2017 และนั่นคือจุดเปลี่ยนชีวิตของเขา…
ศศลักษณ์ ได้ลงเล่นต่อเนื่องพร้อมๆกับการเป็นตัวหลักทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่สำคัญแม้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “ปราสาทสายฟ้า” เพียงครึ่งปี แต่เขากลับมีส่วนช่วยต้นสังกัดสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 5 ได้อย่างยิ่งใหญ่
ด้วยผลงานการเล่นของเขาทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” ตัดสินใจเซ็นสัญญามาร่วมทัพแบบถาวร โดยได้ลงเล่นทั้งในเกมลีก และศึกใหญ่อย่างเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 ซึ่งเดิมทีเขามักถูกส่งลงมาเป็นสำรองในครึ่งหลังทว่าการหายไปของ นฤบดินทร์ ทำให้ บันโดวิช กุนซือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งเขาลงประจำการกราบขวาแทน ซึ่งเขาทำได้ดีเกินคาด
ศศลักษณ์ กลายเป็นแบ็คขวา 11 ตัวจริงเกือบทุกเกม เขามีทั้งความแข็งแกร่ง รวดเร็ว และสร้างสรรค์ขึ้นไปเติมเกมได้ดีทะลุทะลวงจนสร้างโอกาสให้ทีมได้หลายครั้ง ล่าสุดในเกมกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาลงเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง โดยต้องดวลกับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา แบ็คซ้ายกิเลนฯ ซึ่งเขาสามารถเอาชนะเกือบทุกครั้งที่เจอกัน อีกทั้งยังเรียกฟาลว์ระยะอันตรายให้ทีมได้อีกด้วยจน บุรีรัมย์ ถล่ม เมืองทอง ไปถึง 4-0 พร้อมๆกับเสียงเรียกร้องให้เขาติดทีมชาติไทยในเร็ววัน
ไม่แน่ว่าศึกเอเชียน คัพ ในปีหน้าชื่อของ ศศกลักษณ์ ไหประโคน อาจได้เป็นหนึ่งในขุนพลช้างศึกชุดนี้ก็เป็นได้...
ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่ WeeklyNews

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น