วิธีการดูแลรถยนต์ด้วยขั้นตอนเบี้องต้น


รถยนต์ถือเป็นพาหนะที่จำเป็นของใครหลายๆคน 


ยิ่งถ้ามีครอบครัวแล้วส่วนใหญ่ก็อยากจะมีรถรองลงมาจากการซื้อบ้าน แต่หลายคนก็ขับอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้สนใจในเรื่องของสภาพรถว่าเป็นอย่างไร มีอุปกรณ์ส่วนไหนที่สึกหรอ เพราะมักจะมองกันที่ไมค์กิโลเมตรว่าวิ่งใช้งานไปเท่าไหร่แล้วแค่นั้น
     วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้ท่านเช็คสภาพรถยนต์แบบง่ายๆ เบี้องต้นไม่ยุ่งยากมาฝากกัน

1.ตรวจลมยาง
     ตรวจง่ายๆด้วยสายตาว่ามันอ่อนหรือเปล่า ดูทุกเส้นนะคะ เพราะถ้าลมยางของแต่ละล้อไม่เท่ากันจะมีผลต่อการทรงตัวของรถ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ และทำให้อายุของยางสั้นลง และต้องมาเปลื่ยนใหม่ยุ่งยากเสียเวลาด้วยซิ

2.ตรวจดูรอยรั่วของมันน้ำใต้ท้องรถ
     หากพบว่ารั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรก จะต้องงดใช้งาน รีบปรึกษาช่างทันที ถ้าเป็นน้ำระบายความร้อนรั่วหยดให้หาที่มาของการรั่ว ส่วนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันเฟืองท้าย ก็ควรรีบปรึกษาช่างเพื่อความปลอดภัย

3.ดูแลน้ำระบายความร้อน
     ให้ทำการเปิดฝาหม้อน้ำออกถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม ถ้ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำ ให้ดูที่ระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน เพราะเรื่องนี้ก็ละเลยไม่ได้อาจส่งผลให้เครื่องยนต์นั้นเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่กำหนด

4.ตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่อง
     ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ โดยดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดลงไปยังตำแหน่งเดิมให้สุด จากนั้นดึงออกมาตรงๆในแนวดิ่ง ระดับน้ำมันจะสังเกตได้จากรอยคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ปลายเหล็กวัด ซึ่งระดับน้ำมันจะต้องอยู่ระหว่างกลางขีดที่มีอักษร L(Low) และ F(Full)

5.ตรวจน้ำเบรก
     ถ้ามีระดับสูงก็ไม่ต้องเติม แต่ถ้าพร่องต่ำกว่าขีดที่กำหนดให้เติมจนได้ระดับที่ถูกต้อง เพราะถ้าน้ำมันเบรกนั้นพร่องมากๆทุกวัน จะต้องรีบนำรถไปปรึกษาช่าง เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับเจ้าของรถและผู้ขับขี่บนท้องถนนด้วย


ติดตามข่าวสารล่าสุดก่อนใคร ได้ที่  WeeklyNews

ความคิดเห็น